มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ชี้ เม็ดเงินโฆษณาไหลไปแพลตฟอร์มอื่นอย่างกูเกิลมากกว่า Facebook

วันนี้ (30 มิ.ย.) มีการประชุมสภาคองเกรส ไต่สวนบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ประเด็นผูกขาด มีผู้บริหารเข้าร่วมประชุมผ่านออนไลน์คือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์กจาก Facebook, Jeff Bezos ซีอีโอ Amazon, Sundar Pichai ซีอีโอกูเกิล, Tim Cook ซีอีโอแอปเปิล

มาร์ก พูดถึงประเด็นผูกขาดในส่วนของ Facebook ว่า จริงๆ แล้ว Facebook ยังตามหลังคู่แข่งรายอื่นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งข้อความที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสหรัฐคือ iMessage ไม่ใช่ Facebook, แอปพลิเคชั่นที่เติบโตเร็วที่สุดคือ TikTok แอปพลิเคชั่นยอดนิยมสำหรับวิดีโอคือ YouTube แพลตฟอร์มโฆษณาที่เติบโตเร็วที่สุดคือ Amazon และ แพลตฟอร์มโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดคือกูเกิล มาร์กยังพูดเปรียบเปรยด้วยว่า เม็ดเงินโฆษณาที่ใช้จ่ายในสหรัฐฯนั้นมีแต่ไม่ถึง 10 เซนต์ที่มาถึง Facebook

No Description

Facebook ถูกตั้งคำถามเรื่องลอกเลียนแบบฟีเจอร์ของบริษัทคู่แข่งด้วยเช่นกัน กรณีที่โด่งดังคือ ฟีเจอร์วิดีโอสั้นของ Snapchat ซึ่งมาร์กบอกว่าเป็นการนำมาปรับใช้ ส่วนประเด็นการเข้าซื้อ Instagram ก็มีการตั้งคำถามจากสมาชิกสภาว่าเป็นการเข้าซื้อเพื่อจะได้ไม่เข้ามาเป็นคู่แข่งในอนาคตหรือไม่ และในระหว่างการเข้าซื้อ Facebook ได้แสดงท่าทีข่มขู่จะลอกเลียนแบบฟีเจอร์ของ Instagram หรือไม่ ซึ่งมาร์กบอกว่าไม่ได้มองว่าการสนทนาในอดีตนั้นเป็นการข่มขู่แต่อย่างใด

No Description

ด้านบริษัทอื่นก็โดนกดดันด้วยประเด็นแตกต่างกันไป อย่าง Amazon ก็โดนตั้งคำถามเรื่องการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของตัวเองขายบนมาร์เกตเพลสที่ควรจะเป็นตัวกลาง ซึ่ง Jeff Bezos ก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ตรงๆ

ด้านกูเกิลโดนตั้งคำถามเรื่องแสดงผลการค้นหาที่ให้ประโยชน์ต่อผลิตภัณฑ์ของตัวเองหรือไม่ และในกระบวนการนั้นมีการใช้ข้อมูลจากแพลตฟอร์มอื่นเช่น Yelp หรือไม่ รวมถึงผูกขาดช่องทางโฆษณาดิจิทัลหรือไม่

แอปเปิลถูกตั้งคำถามว่าลบแอปพลิเคชั่น parental control ของบริษัทอื่นๆ เช่น OurPact เพื่อเปิดตัวฟีเจอร์ของตัวเองคือ Screen Time หรือไม่ ซึ่ง Tim Cook ใช้เหตุผลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ซึ่ง OurPact มีความเสี่ยงที่บุคคลอื่นจะเข้าถึงข้อมูลได้

ที่มา – Bloomberg, Business Insider, NPR

Topics: 
Mark Zuckerberg
USA