รีวิว NBA 2K21: ความเหมือนที่ (ไม่) แตกต่างจากภาคก่อน

เป็นความท้าทายของผู้ผลิตเกมกีฬาที่ต้องออกภาคใหม่ทุกปี และคราวนี้ 2K เจ้าของเฟรนไชส์ NBA2K กลับทำเกมภาคล่าสุดอย่าง NBA 2K21 ออกมาได้ไม่ดีนัก เพราะมันแทบไม่ต่างอะไรจากภาคก่อนหากคุณเล่นบนเครื่องเกมยุคปัจจุบัน

No Description

ทุกอย่างแทบจะถอดมาจากภาคเก่า

หากคุณเคยเล่น NBA 2K20 มาก่อนแล้วมาจับเกม NBA 2K21 คุณอาจจะตื่นเต้นในช่วงเปิดเกม และการแสดงเมนูในช่วงแรก เพราะมันสวยงาม และดึงดูดกว่าภาคก่อนหน้านี้ แต่เมื่อคุณเริ่มกดเข้าไปเล่นในโหมดต่างๆ จะพบว่ามันแทบจะถอดแบบมาจากภาค NBA 2K20
ไล่ตั้งแต่รูปแบบการเล่น, กราฟิกของตัวละคร, ความฉลาดของคอมพิวเตอร์ AI, รายละเอียดของโหมดต่างๆ แม้กระทั่งหน้าจอการปรับแต่งที่เหมือนกับภาคก่อนหน้าอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนาอาจไม่ได้ใส่ใจเต็มที่กับการสร้างเกมนี้ให้เล่นบนเครื่องเกมยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เครื่องเกมในอนาคตอย่าง PS5 หรือ XBOX Series X/S

No Description

เปลี่ยนน้อย แต่ใช้เงินเพื่อชนะเหมือนเดิม

สำหรับโหมด MyCareer ที่ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นนักกีฬาต้องมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องอยู่แล้ว โดยคราวนี้ผู้เล่นจะเริ่มจากการเป็นนักกีฬาระดับ High School เพื่อไต่เต้าไปเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ และเล่นให้เก่งเพื่อไปมีชื่อใน NBA Draft ก่อนเข้าเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลอาชีพในลีกบาสเกตบอลอันดับหนึ่งของโลก

No Description

อย่างไรก็ตามถึงจะให้ผู้เล่นเริ่มจาก High School จากเดิมที่เริ่มในระดับมหาวิทยาลัย แต่เนื้อเรื่องกลับไม่น่าดึงดูดนัก เพราะส่วนใหญ่จะวนอยู่กับความผิดหวัง และชีวิตรักของตัวละคร รวมถึงความไม่มีมิติเหมือนภาคก่อนๆ คือ “เล่นแย่แค่ไหนก็มีทีมสนใจอยู่ดี” ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าเราจะไม่สามารถมีชื่อใน NBA Draft ได้

เช่นเดียวกับโหมด MyTeam ที่ถึงจะมี Chalenge ต่างๆ เข้ามาเพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้เล่นในทุกสัปดาห์ แต่สุดท้ายมันก็วนกลับมาเหมือนเดิมคือ “เติมเงินเถอะ” เพราะทั้งโหมด MyCareer ที่หากอยากจะปั้นตัวละครให้สุดจริงๆ ก็ต้องเติม หรืออยากทำทีมให้เก่งในโหมด MyTeam ก็ต้องเปิดซองให้เยอะๆ เช่นกัน

No Description

Neighborhood และ MyLeague ที่เหมือนจะใหม่

สำหรับโหมด MyCareer จริงๆ แล้วก็มีการเพิ่มรายละเอียดใหม่เข้ามาคือ 2K Beach ที่มาแทนความเป็นสนามบาสในเมืองของโหมดย่อย Neighborhood ซึ่งส่วนตัวมองว่าค่อนข้างสวยกว่าภาคก่อนเยอะ แถมมาพร้อมกับแบรนด์ Streetwear และท่าทางใหม่ๆ มากมายเพื่อให้ผู้เล่นได้ปรับแต่งตัวละคร (แต่ต้องเติมเงินนะถึงจะสะดวก)

ในทางกลับกัน MyLeague/MyGM อีกโหมดที่ระยะหลังผู้เล่นให้ความสนใจมากขึ้น เพราะทางผู้พัฒนาได้ใส่รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับการควบคุมลีก NBA ให้สนุก และปั้นทีมที่เราชอบในทิศทางที่ควรจะเป็นได้ แถมภาคล่าสุดนี้ผู้เล่นยังคุมลีก และทีมทั้ง 12 ทีมของ WNBA ได้เป็นครั้งแรกด้วย

แต่ด้วยข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นมันไม่ได้พัฒนาจากภาคก่อนเท่าไรนัก ทำให้มันก็แทบจะเหมือนเดิม ประกอบกับการชูการคุมลีก และทีมของ WNBA ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผู้เล่นหลายคนต้องการ หรือคาดหวังว่ามันควรจะมีเท่าไรนัก ดังนั้นโหมดนี้ก็น่าจะเบาที่สุดในแง่การเปลี่ยนแปลงหากเทียบกับโหมดอื่นๆ

ใหม่จริงๆ คือหลอด และรูปแบบการชู้ต

มาว่ากันเรื่องของใหม่จริงๆ ใน NBA 2K21 กันบ้าง นั่นคือ “หลอดพลังการชู้ต” ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่ภาคก่อนๆ จะเป็นการกดแล้วปล่อยในจังหวะที่ถูกต้อง หรือหลอดสีเขียวเต็ม แต่ภาคนี้กลับเปลี่ยนเป็นหลอดแบบใหม่ที่จะมีเส้นคุมจังหวะการปล่อยลูกที่ถูกต้องอยู่ในช่วงต่างๆ ของหลอดตามความเหมาะสมแทน

No Description

สำหรับหลอดการชู้ตแบบใหม่นี้อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวระยะหนึ่ง เพราะทุกคนที่เล่น NBA2K มาล้วนแต่คุ้นชิ้นการกดแล้วปล่อยในจังหวะที่หลอดสีเขียวเต็มทั้งนั้น แต่หากเล่นไปสัก 30 นาที ทุกคนน่าจะเริ่มปรับตัวได้ และสนุกไปกับหลอดการชู้ตแบบใหม่

ล่าสุดเพิ่งมีรูปแบบการชู้ตอันใหม่ออกมาคือ Pro Stick Aiming ที่ยกเลิกการเล่นกับจังหวะที่ถูกต้อง เป็นการดันก้านแอนะล็อกขวาระหว่างชู้ตให้ตรงกับจุดที่ถูกต้องในหลอดแบบใหม่แทน ซึ่งส่วนตัวมองว่าต้องหัดความคุ้นชินพักใหญ่ และบางคนอาจท้อ หรือไม่ถนัดจนขอใช้การชู้ตแบบจับจังหวะเหมือนเดิมดีกว่า

สรุป

NBA 2K21 บนครื่องเกมยุคปัจจุบันไม่ได้มีการปรับปรุงมากนักเมื่อเทียบกับ NBA 2K20 ดังนั้นเกมนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเล่นเกมภาคใหม่จริงๆ และถ้าเอาให้คุ้มก็ต้องซื้อแบบ MAMBA FOREVER EDITION แทนที่จะซื้อแบบ STANDARD EDITION เพราะมีโค้ดภาค STANDARD EDITION ของเครื่องเกม Next-Gen แถมมาให้
ส่วนใครที่กังวลว่าซื้อเล่นในเครื่องเกมยุคนี้แล้วเซฟจะย้ายไปไปเครื่องเกม Next-Gen ไม่ได้ อันนี้ทาง 2K คิดมาแล้ว โดยหากลงทะเบียนด้วยบัญชี 2K เดียวกัน ข้อมูลของ MyTeam จะย้ายไปทั้งหมดหากไปเล่นบนเครื่องเกม Next-Gen ส่วน MyCareer จะไม่ย้ายไปด้วย เพราะ 2K บอกว่าประสบการณ์การเล่นบน Next-Gen จะต่างกัน

แต่ใครที่เล่นเกมนี้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ อันนี้ต้องบอกว่าน่าผิดหวัง เพราะ NBA 2K21 จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วหลังจากนี้ กล่าวคือไม่มีการเพิ่มกราฟิก, รูปแบบการเล่น และอื่นๆ เหมือนกับที่เครื่อง PS5 และ XBOX Series X/S ได้รับการยกเครื่องด้านกราฟิกแทบทั้งหมด ดังนั้นใครมีแพลนจะซื้อ PS5 อยู่แล้ว แนะนำ *MAMBA FOREVER EDITION ของ PS5 ไปเลยน่าจะดีที่สุด

Topics: 
2K Games
NBA
Games
Review