หญิงจีนทรุด เงินในบัญชีหายเกลี้ยง 6 ล้านบาท แถมกลายเป็นหนี้ ล่าสุดรู้แล้วฝีมือใคร

หญิงจีนเก็บเงินไว้ในธนาคารตลอด 15 ปี รวมแล้วกว่า 1.2 ล้านหยวน (ประมาณ 6 ล้านบาท) สุดท้ายถอนเงินไม่ได้ แถมยังกลายเป็นหนี้อีก 1.3 แสนหยวน (ประมาณ 6.5 แสนบาท)

ตามรายงานของ Sohu News ผู้หญิงนามสกุล “จี” ฝากเงินไว้ในธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศจีน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 รวมเป็นเงินกว่า 1,200,000 หยวน (ประมาณ 6 ล้านบาท) โดยเธอใช้ชีวิตเรียบง่ายและประหยัดทุกวัน เนื่องจากกังวลว่าจะมีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้เงินในอนาคต จึงมักจะเก็บสะสมเงินส่วนหนึ่งฝากไว้ในธนาคาร ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและมีความน่าเชื่อถือสูง

ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เธอเริ่มต้นฝากเงินในธนาคารแห่งนี้ ในเวลานั้นเจ้าหน้าที่ธนาคารผู้หญิงที่อายุยังน้อย มีหน้าที่รับผิดชอบช่วยเธอเปิดบัญชี แต่หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยเจอพนักงานหญิงคนนั้นอีกเลย กลายเป็นผู้จัดการนามสกุล “ตง” ที่เข้ามาช่วยจัดการเรื่องต่างๆ แทน

จนกระทั่งปี พ.ศ.2562 ลูกชายของเธอต้องการใช้เงินสำหรับการแต่งงาน จึงเลือกวันที่เป็นมงคลและเดินทางไปที่ธนาคารเพื่อถอนเงิน แต่กลับพบว่าไม่เพียงแต่เธอไม่มีเงินในบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่เธอยังได้รับแจ้งว่าเป็นหนี้ 130,000 หยวน (ประมาณ 6.5 แสนบาท) เรื่องดังกล่าวทำให้เธอตกตะลึง และต้องการพบกับผู้จัดการนามสกุลตง แต่ก็ได้รับแจ้งว่าเขาหายตัวไปแล้วเช่นกัน

ในที่สุด ภายใต้การสืบสวนของธนาคาร พบว่าไม่กี่เดือนก่อนที่เธอจะไปธนาคารเพื่อถอนเงิน ผู้จัดการนามสกุลตง ได้โอนเงินจากฝากธนาคารของป้าจีออกไป 693,000 หยวน (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) และยังทำเรื่องกู้ยืมเงินในนามของป้าจีอีก 130,000 หยวน (ประมาณ 6.5 แสนบาท) ด้วย

หลังรับแจ้งเรื่องดังกล่าวทางตำรวจได้สืบสวนพบว่า ผู้จัดการนามสกุลตงได้นำเงินไปใช้เล่นการพนันและซื้อลอตเตอรี่ และยังพบว่าเขามักจะซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินและสินเชื่อในนามของป้าจี รวมทั้งแนะนำให้ป้าจีฉีกใบเสร็จทุกครั้งเพื่อทำลายหลักฐาน แต่อ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นแอบดูความเป็นส่วนตัวของเธอ ในฐานะคนธรรมดาๆ ป้าจีไม่รู้วิธีจัดการเงินและปกป้องความเป็นส่วนตัว ดังนั้นเธอจึงทำตามที่ผู้จัดการตงบอก

ทั้งนี้ หลังสืบสาวราวเรื่องจึงพบว่า ผู้จัดการตงได้ไปตกลงกับพนักงานสาวคนแรก เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัตรเครดิตของป้าจี โดยแลกกับค่าตอบแทนที่เธอจะได้รับ ภายใต้การล่อลวงนั้นเธอก็ตัดสินใจร่วมมือกับเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไปและเห็นป้าจีมาฝากเงินสม่ำเสมอ เธอก็เริ่มรู้สึกผิดมากเรื่อยๆ จนลาออกไปในที่สุด

สุดท้ายเมื่อความแตก บัญชีธนาคารของป้าจีไม่มีเงินเหลือแม้แต่หยวนเดียว ยกเว้นเงิน 170,000 หยวน (ประมาณ 8.5 แสนบาท) ที่เธอซื้อประกันเอาไว้ และหลังจากตำรวจจับตัวผู้จัดการตงได้ พบว่าเขาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไปหมดแล้วทั้ง 1,200,000 หยวน (ประมาณ 6 ล้านบาท) ทำให้ไม่มีเงินเหลือคืนป้าจีเลย

ด้วยความโกรธป้าจีจึงฟ้องร้องต่อธนาคาร ผู้จัดการตง และพนักงานหญิง ในศาลแม้ว่าข้อเท็จจริงจะชัดเจนมาก แต่ก็ยังยากที่จะได้เงินคืน อีกทั้งทางธนาคารยังเชื่อว่า ไม่ใช่ธนาคารที่ขโมยข้อมูลบัตรของป้าจีไปในตอนนั้น และไม่ใช่ความผิดของธนาคารที่โอนเงินออกไป ดังนั้น ธนาคารจึงไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการทั้งหมด

ทั้งนี้ หลังจากการเผชิญหน้าทางวาจาหลายครั้ง ธนาคารยังระบุว่าสามารถจ่ายชดเชยเฉพาะเงิน 693,000 หยวน (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) ที่โอนไปเท่านั้น เพราะเชื่อว่านี่เป็นปัญหาของพนักงานเอง พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการแบกรับความรับผิดชอบต่อเงินส่วนที่เหลือ ซึ่งถูกยักยอกโดยผู้จัดการตง ในขณะที่ผู้จัดการตงสามารถจ่ายคืนได้เพียง 50,000 หยวนเท่านั้น (ประมาณ 2.5 แสนบาท) เนื่องจากครอบครัวยากจน และไม่มีทรัพย์สินใดๆ ภายใต้ชื่อของตนเองเลย