Chrome 88 Beta เริ่มใช้ API แบบใหม่สำหรับส่วนขยาย Manifest V3

วงการเบราว์เซอร์สัปดาห์นี้มีประเด็นใหญ่คือ Chrome 88 Beta เปิดใช้ Manifest V3 ที่ส่งผลกระทบต่อส่วนขยายบล็อคโฆษณาจำนวนมาก

Manifest V3 เป็นประเด็นมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 หลังวิศวกรกูเกิลเปิดเผยสเปก API ใหม่ ที่ห้ามส่วนขยายแก้ไขหน้าเว็บเพจเองผ่าน webRequest API และให้ไปเรียกใช้ declarativeNetRequest API ที่ให้เบราว์เซอร์เป็นฝ่ายแก้หน้าเพจแทน โดยเหตุผลของกูเกิลคือเรื่องความปลอดภัย ลดโอกาสที่ส่วนขยายจะเห็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บนหน้าเพจ

ปัญหาของการเปลี่ยนแปลงนี้ นอกจากเรื่องพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจนส่วนขยายเดิมต้องปรับแก้ ยังมีเรื่อง API ตัวใหม่มีข้อจำกัดด้านจำนวนกฎ (rules) ที่สามารถใส่ได้ไม่เกิน 50,000 กฎในตอนแรกสุด จึงกระทบต่อส่วนขยายด้านบล็อคโฆษณาที่ต้องใช้กฎจำนวนมาก (ภายหลังกูเกิลขยายให้เป็น 150,000 กฎ และจะเพิ่มเป็น 300,000 กฎใน Chrome 89)

นอกจากเรื่อง webRequest แล้ว Manifest V3 ยังมีการเปลี่ยนแปลงในประเด็นอื่นๆ เช่น ไม่อนุญาตให้รันโค้ดจาวาสคริปต์ระยะไกล (remotely hosted code) อนุญาตเฉพาะจาวาสคริปต์ในแพ็กเกจเท่านั้น, เปลี่ยนระบบการทำงานเบื้องหลังจากการสร้างเว็บเพจมาเป็น service workers เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

No Description

Manifest V3 ได้รับเสียงตอบรับไม่ดีนักจากผู้พัฒนาเบราว์เซอร์รายอื่นๆ ที่อาศัยแพลตฟอร์มส่วนขยายของ Chrome เช่น Firefox และ Edge บอกว่าจะใช้ Manifest V3 เพียงบางส่วน ในขณะที่ Brave, Opera, Vivaldi ระบุว่าจะรองรับ Manifest V2 ตัวเดิมต่อไป

หลังการปรับแก้กันมาหลายยก ในที่สุดกูเกิลก็ยอมปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหลายส่วนใน Manifest V3 จนเป็นที่พอใจ (ในแถลงการณ์ของกูเกิลยังเชิญหัวหน้าทีม Adblock Plus มาบอกว่าโอเคแล้ว) จึงเริ่มเปิดใช้งานใน Chrome 88 Beta เพื่อให้นักพัฒนาส่วนขยายเตรียมปรับตัว โดย Chrome Web Store จะเปิดรับส่วนขยายแบบใหม่ในช่วงกลางเดือนมกราคม 2021

กูเกิลบอกว่ายังไม่มีแผนถอด Manifest V2 ออกในเร็ววันนี้ แต่ก็บอกว่าช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจะนานอย่างน้อย 1 ปี

ที่มา – Chromium Blog, 9to5google

Topics: 
Chrome
Browser
Extension
Chromium
Ad Blocking